พิธีแต่งงานแบบไทยกับความเชื่อที่ควรรู้ มีอะไรบ้าง?
ความเชื่อเรื่องการแต่งงานแบบไทยรู้ไว้เพื่อเสริมสิริมงคล
การจัดงานแต่งงานในแต่ละประเทศนั้นย่อมมีประเพณีที่ยึดถือกันแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค เพราะประเพณีของแต่ละประเทศนั้นย่อมแตกต่างกันไปทั้งความเชื่อ ประเพณี ศาสนา และโดยส่วนมากพิธีมงคลสมรสนั้น ย่อมยึดถือกันตามคนประเพณี ความเชื่อ ตามคนเฒ่าคนแก่มาเป็นเวลานาน ซึ่งบางคนอาจจะรู้เรื่องความเชื่อในพิธีแต่งงานกันมาบ้าง ที่มีในส่วนการจัดพิธี รวมถึงความเชื่อในพิธีแต่งงานที่ยังแฝงไปด้วยความหมายบางอย่างเอาไว้ เพื่อให้คู่บ่าวสาวตระหนักถึงความสำคัญในการครองชีวิตคู่ และเพื่อเป็นสิริมงคลให้คู่บ่าวสาวได้ครองรักกันไปอย่างยาวนาน แล้วความเชื่อที่ว่านั้นมีอะไรบ้างล่ะ เดี๋ยวเราจะมาอธิบายกัน
10 ความเชื่อพิธีแต่งงานแบบไทยมีอะไรบ้าง
การจัดพิธีแต่งงานแบบไทยมีความเชื่อและธรรมเนียมปฏิบัติมากมายที่แฝงไปด้วยความหมายอันดีงาม แต่ละขั้นตอนล้วนมีนัยสำคัญที่ช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับคู่บ่าวสาว ตั้งแต่การเลือกฤกษ์ยาม การจัดขบวนขันหมาก ไปจนถึงพิธีสงฆ์และพิธีรดน้ำสังข์ เรามาทำความรู้จักกับ 10 ความเชื่อสำคัญที่จะช่วยให้พิธีแต่งงานแบบไทยของคุณสมบูรณ์แบบและเปี่ยมไปด้วยความเป็นสิริมงคล
1. ฤกษ์แต่งงาน
เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญอันดับที่ 1 เลยสำหรับใครหลาย ๆ คน เพราะหลังจากที่ตกลงปลงใจกันที่จะแต่งงานแล้ว หลังจากนั้นอันดับต่อมาคือ การไปหาฤกษ์งานแต่ง ยาม วันเวลา เพราะยิ่งเป็นงาน มงคลมากเท่าไหร่ สำหรับคนไทยแล้ว ฤกษ์ยามนั้นสำคัญมาก เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสิ่งเหมาะสม มงคล ของการเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ของบ่าว สาว นั้นเอง
2. ความเชื่อเรื่องจำนวนพระสงฆ์
ในพิธีแต่งงานแบบไทยนั้นในช่วงเช้านั้นย่อมมีพิธีสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการใช้ชีวิตคู่โดยสมัยก่อนเรานิยมนิมนต์พระสงฆ์เป็นเลขคู่ เช่น 4 หรือ 8องค์แต่ในปัจจุบันคนไทยยึดถือ เลข9เป็นเลขมงคลคนไทยจึงนิยมนิมนต์พระสงฆ์9องค์มาทำพิธีสงฆ์นั้นเอง
3. มาลัยบ่าวสาวในพิธีมงคลสมรส
การจัดงานแต่งงานในพิธีแบบไทยสิ่งที่เราเห็นบ่าวสาวคล้องเสมอคือ มาลัยคล้องคอ หรือ มาลัยบ่าวสาว โดยมีความเชื่อว่า เพื่อเป็นสิริมงคลในชีวิตคู่ ให้ใช้มาลัยบ่าวสาวคู่เดียวกันทั้งพิธีเช้าและเย็น เพื่อที่บ่าวสาวจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างราบรื่น
4. ขบวนขันหมาก
พิธีแห่ขันหมาก เป็นพิธีที่ผู้ใหญ่ให้ความสำคัญมาก ซึ่งนอกจากพานขันหมากเอก ขันหมากโท และบริวารขันหมากที่จะมีการจัดเป็นคู่แล้ว ต้นกล้วยต้นอ้อยก็เป็นสิ่งที่จัดเป็นคู่เช่นกัน เพื่อให้เป็นความหมายให้บ่าวสาวเจริญงอกงาม ตามความเชื่อแล้วจะให้ผู้ใหญ่ที่เจ้าบ่าวให้ความเคารพ และเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิตครอบครัว เป็นคนนำขบวนขันหมาก เพราะมีความเชื่อว่าเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ เช่นเดียวกับคนนำขบวนขันหมาก
5. การรดน้ำสังข์
ในส่วนของพิธีรดน้ำสังข์ มีความเชื่อว่าหลังจากเจ้าบ่าวและเจ้าสาวทำขั้นตอนรดน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายไหนที่ลุกขึ้นยืนก่อน เชื่อว่าฝ่ายนั้นจะเป็นผู้ที่อยู่เหนือคู่ครองของตน ดังนั้นจึงมีวิธีแก้เคล็ดโดยการให้คู่บ่าวสาวช่วยกันประคองอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นพร้อมกัน เพื่อให้ความหมายว่าช่วยกันประคับประคองชีวิตคู่ไปด้วยกันนั่นเอง
6. มงคลแฝดสวมศีรษะ
มงคลแฝดสวมศีรษะ โดยความเชื่อของมงคลแฝดสวมศีรษะตอนทำพิธีรดน้ำสังข์ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่คู่เจ้าบ่าวเจ้าสาว ว่าเป็นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของทั้งสองให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่แคล้วคลาดจากกัน
7. พิธีสวมแหวน
มาถึงขั้นตอนสำคัญในพิธีแต่งงาน นั้นคือการสวมแหวนแต่งงาน การสวมแหวนมีความเชื่อที่ว่า ถ้าหากเจ้าบ่าวต้องให้เจ้าสาวช่วยสวมแหวน อาจเป็นเพราะทำแหวนหล่น หรือสวมแหวนไม่สุด เชื่อว่าเจ้าสาวจะมีอำนาจเหนือเจ้าบ่าว
8. พิธีปูที่นอน
พิธีปูที่นอนนั้นมักจะเชิญผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ และน่าเคารพนับถือมาทำการปูที่นอนให้คู่บ่าวสาว โดยมีความเชื่อว่าจะทำให้คู่บ่าวสาวจะครองเรือนกันอย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับผู้ที่ทำการปูที่นอนให้นั่นเอง
9. เลือกอาหารมงคลและหลีกเลี่ยงอาหารต้องห้าม
อาหารในพิธีแต่งงานแบบไทยมีความสำคัญอย่างยิ่ง นิยมเลือกอาหารที่มีชื่อเป็นมงคล เช่น หมูหวาน ไก่ต้มตุ๋น ส้มตำ(ตำ=ต่ำ หมายถึงความมั่นคง) และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีชื่อไม่เป็นมงคล เช่น แกงส้ม(เปรี้ยว) หรืออาหารรสเผ็ดจัด เชื่อว่าการเลือกอาหารที่มีความหมายดีจะช่วยส่งเสริมให้ชีวิตคู่มีแต่ความหวานชื่น ราบรื่น และมั่นคง
10. เดินขึ้นเวทีด้วยเท้าซ้ายเสมอ
การก้าวเท้าในพิธีแต่งงานแบบไทยมีความสำคัญ โดยเฉพาะการขึ้นเวทีในพิธีสำคัญ มีความเชื่อว่าการก้าวเท้าซ้ายก่อนจะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคล เพราะเท้าซ้ายเป็นเท้ามงคลในความเชื่อไทย นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการก้าวเท้าซ้ายจะช่วยให้การเริ่มต้นชีวิตคู่เป็นไปอย่างมั่นคงและราบรื่น
8 ลำดับพิธีแต่งงานแบบไทย มีอะไรบ้างที่ควรรู้
พิธีแต่งงานแบบไทยที่สมบูรณ์แบบนั้นมีลำดับขั้นตอนที่ถูกจัดเรียงไว้ตามหลักประเพณีอย่างชัดเจน โดยเฉพาะพิธีงานแต่งเช้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการแต่งงาน ที่บ่าวสาวควรทราบเพื่อความเข้าใจในการ เตรียมงานแต่ง และการประสานงานกับผู้จัด
1. พิธีสงฆ์
พิธีสงฆ์ มักเริ่มขึ้นในช่วงเช้าเพื่อความเป็นสิริมงคล คู่บ่าวสาวจะนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 9 รูป หรือ 5 รูป มาประกอบพิธี โดยบ่าวสาวจะจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย สมาทานศีล และพระสงฆ์จะเจริญพระพุทธมนต์ เมื่อเสร็จสิ้นพิธีสวด ทั้งคู่จะถวายอาหารและเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ และกรวดน้ำเพื่อจบพิธี ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นวันสำคัญด้วยความเป็นมงคลสูงสุด
2. การตั้งขบวนขันหมาก และแห่ขันหมากงานแต่ง – ประตูเงินประตูทอง
เมื่อเสร็จพิธีสงฆ์ก็จะเข้าสู่พิธีแห่ขันหมาก การแห่ขันหมากเป็นการให้เกียรติครอบครัวฝ่ายหญิง โดยจะมีเฒ่าแก่เป็นผู้นำขบวน ตามด้วยพานขันหมากเอก พานสินสอด พานแหวนหมั้น และพานมงคลต่าง ๆ ขบวนจะถูกกั้นด้วยประตูเงินประตูทอง ซึ่งเจ้าบ่าวต้องจ่ายซองหรือทำภารกิจเพื่อผ่านด่านเข้าไปหาเจ้าสาว เป็นการแสดงความรักและความพยายาม
3. พิธีสู่ขอและพิธีปูเรียงสินสอด – สู่ขอเจ้าสาวและนับสินสอด
เมื่อขบวนขันหมากผ่านเข้ามาถึงสถานที่จัดงานก็จะเข้าสู่พิธีสู่ขอ เฒ่าแก่ฝ่ายชายจะกล่าวสู่ขออย่างเป็นทางการต่อหน้าผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง จากนั้นพ่อแม่ฝ่ายเจ้าสาวจะเปิดพานสินสอดเพื่อตรวจนับเป็นพิธี ซึ่งสินสอดที่นำมานั้นจะถูกโปรยด้วยถั่วงา ข้าวเปลือก ดอกไม้ และใบเงินใบทอง เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนที่แม่เจ้าสาวจะห่อสินสอดและแบกขึ้นบ่าเพื่อเก็บรักษาไว้
4. พิธีสวมแหวนหมั้น
หลังจากพิธีสู่ขอและนับสินสอดจบลง ก็จะเข้าสู่ พิธีสวมแหวน หมั้น โดยเจ้าบ่าวจะสวมแหวนหมั้นให้กับเจ้าสาวที่นิ้วนางข้างซ้ายก่อน แล้วเจ้าสาวจึงสวมแหวนให้กับเจ้าบ่าว การสวมแหวนนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่แสดงการให้คำมั่นสัญญาต่อกันอย่างเป็นทางการต่อหน้าผู้ใหญ่และแขกที่มาร่วมงาน
5. พิธีรับไหว้ หรือ พิธีไหว้ผู้ใหญ่
พิธีรับไหว้เป็นขั้นตอนที่บ่าวสาวแสดงความเคารพต่อพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย โดยบ่าวสาวจะก้มกราบผู้ใหญ่ และผู้ใหญ่จะรับไหว้ด้วยการผูกสายสิญจน์ที่ข้อมือ พร้อมกล่าวอวยพรและมอบเงินหรือของขวัญมงคลบนพานที่บ่าวสาวถืออยู่ พิธีนี้เป็นสัญลักษณ์ของการฝากเนื้อฝากตัวและการแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ
6. พิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพร
พิธีรดน้ำสังข์เป็นพิธีสำคัญในพิธีงานแต่งที่แขกทุกคนจะได้ร่วมอวยพร บ่าวสาวจะนั่งบนตั่งคู่ มีประธานพิธีทำการสวมมงคลแฝดและเจิมหน้าผากเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นประธานจะเริ่มรดน้ำสังข์และตามด้วยพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ และแขกท่านอื่น ๆ ตามลำดับอาวุโส ซึ่งถือเป็นการให้พรให้ชีวิตคู่มีแต่ความสุขและความเจริญ
7. พิธีเรียงหมอน ส่งคู่บ่าวสาวเข้าเรือนหอ
พิธีเรียงหมอน คือการปูที่นอนเข้าหอโดยคู่สามีภรรยาที่ครองรักกันอย่างสมบูรณ์ เพื่อเป็นเคล็ดให้บ่าวสาวได้ดำเนินรอยตามชีวิตคู่ที่ดีงามและยั่งยืนยาวนาน หลังจากจัดเรียงหมอนและโรยพืชมงคลต่าง ๆ แล้ว ผู้ใหญ่จะแสร้งทำเป็นนอนหลับและกล่าวคำอวยพร จากนั้นจึงส่งตัวคู่บ่าวสาวให้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันในเรือนหออย่างเป็นส่วนตัว
8. ฉลองมงคลสมรส
งานฉลองมงคลสมรสมักจัดในช่วงเย็น เป็นการเลี้ยงรับรองแขกจำนวนมากที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีงานแต่ง ลักษณะงานเลี้ยงอาจเป็นโต๊ะจีน ค็อกเทล หรือบุฟเฟ่ต์ ภายในงานจะมีกิจกรรม เช่น การเปิดตัวคู่บ่าวสาว การตัดเค้กมงคล และการโยนช่อดอกไม้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนจะได้ร่วมสนุกและแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว
สรุปบทความ
พิธีแต่งงานแบบไทย ไม่ได้เป็นเพียงการทำตามขั้นตอน แต่เต็มไปด้วยความเชื่อและสัญลักษณ์มงคลที่ส่งเสริมให้ชีวิตคู่มีความสุขและมั่นคง การเข้าใจลำดับขั้นตอนของพิธีงานแต่งเช้าจะช่วยให้คุณเตรียมงานแต่งได้อย่างราบรื่น หากคุณกำลังวางแผนงานและมองหาแพ็คเกจสถานที่จัดงานแต่งที่ครบวงจร Magic Love House พร้อมช่วยเนรมิตพิธีงานแต่งในฝันของคุณให้เป็นจริงอย่างสมบูรณ์แบบในราคาที่คุ้มค่า เริ่มต้นเพียง 135,000 บาท โดยไม่สร้างภาระในการเริ่มต้นชีวิตคู่
คำถามที่พบบ่อย
พิธีงานแต่งแบบไทยมีพิธีสงฆ์เพื่อจุดประสงค์ใด?
เพื่อความเป็นสิริมงคลสูงสุดในการเริ่มต้นชีวิตคู่ โดยมีการนิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์และให้พรแก่คู่บ่าวสาวในช่วงเช้า
การรดน้ำสังข์ในพิธีงานแต่งมีความเชื่อว่าอย่างไร?
เชื่อว่าเป็นการประสาทพรจากผู้ใหญ่และแขก โดยน้ำมนต์ที่หลั่งไหลลงมาจะช่วยให้ชีวิตคู่ของบ่าวสาวรวมเป็นหนึ่งเดียวและราบรื่น
พิธีงานแต่งเช้า กับงานฉลองมงคลสมรส สามารถจัดคนละวันได้หรือไม่?
สามารถทำได้ ฤกษ์มงคลส่วนใหญ่เน้นที่พิธีงานแต่งเช้า ส่วนงานฉลองมงคลสมรสสามารถจัดในวันอื่นที่สะดวกเพื่อความยืดหยุ่น
รวมวิธีคบกันแฟนนานๆ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ให้ยั่งยืน
รวมวิธีคบกันแฟนนานๆ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ให้ยั่งยืน