พิธีแต่งงานแบบไทยกับความเชื่อที่ควรรู้ มีอะไรบ้าง?

ความเชื่อเรื่องการแต่งงานแบบไทยรู้ไว้เพื่อเสริมสิริมงคล

พิธีแต่งงานแบบไทยกับความเชื่อที่ควรรู้ มีอะไรบ้าง?
26 พฤศจิกายน 2568
บทความ
อ่าน 47 นาที

การจัดงานแต่งงานในแต่ละประเทศนั้นย่อมมีประเพณีที่ยึดถือกันแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค เพราะประเพณีของแต่ละประเทศนั้นย่อมแตกต่างกันไปทั้งความเชื่อ ประเพณี ศาสนา และโดยส่วนมากพิธีมงคลสมรสนั้น ย่อมยึดถือกันตามคนประเพณี ความเชื่อ ตามคนเฒ่าคนแก่มาเป็นเวลานาน ซึ่งบางคนอาจจะรู้เรื่องความเชื่อในพิธีแต่งงานกันมาบ้าง ที่มีในส่วนการจัดพิธี รวมถึงความเชื่อในพิธีแต่งงานที่ยังแฝงไปด้วยความหมายบางอย่างเอาไว้ เพื่อให้คู่บ่าวสาวตระหนักถึงความสำคัญในการครองชีวิตคู่ และเพื่อเป็นสิริมงคลให้คู่บ่าวสาวได้ครองรักกันไปอย่างยาวนาน แล้วความเชื่อที่ว่านั้นมีอะไรบ้างล่ะ เดี๋ยวเราจะมาอธิบายกัน

 

10 ความเชื่อพิธีแต่งงานแบบไทยมีอะไรบ้าง

การจัดพิธีแต่งงานแบบไทยมีความเชื่อและธรรมเนียมปฏิบัติมากมายที่แฝงไปด้วยความหมายอันดีงาม แต่ละขั้นตอนล้วนมีนัยสำคัญที่ช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับคู่บ่าวสาว ตั้งแต่การเลือกฤกษ์ยาม การจัดขบวนขันหมาก ไปจนถึงพิธีสงฆ์และพิธีรดน้ำสังข์ เรามาทำความรู้จักกับ 10 ความเชื่อสำคัญที่จะช่วยให้พิธีแต่งงานแบบไทยของคุณสมบูรณ์แบบและเปี่ยมไปด้วยความเป็นสิริมงคล

 

1. ฤกษ์แต่งงาน

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญอันดับที่ 1 เลยสำหรับใครหลาย ๆ คน เพราะหลังจากที่ตกลงปลงใจกันที่จะแต่งงานแล้ว หลังจากนั้นอันดับต่อมาคือ การไปหาฤกษ์งานแต่ง ยาม วันเวลา เพราะยิ่งเป็นงาน มงคลมากเท่าไหร่ สำหรับคนไทยแล้ว ฤกษ์ยามนั้นสำคัญมาก เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสิ่งเหมาะสม มงคล ของการเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ของบ่าว สาว นั้นเอง

 

2. ความเชื่อเรื่องจำนวนพระสงฆ์

ในพิธีแต่งงานแบบไทยนั้นในช่วงเช้านั้นย่อมมีพิธีสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการใช้ชีวิตคู่โดยสมัยก่อนเรานิยมนิมนต์พระสงฆ์เป็นเลขคู่ เช่น 4 หรือ 8องค์แต่ในปัจจุบันคนไทยยึดถือ เลข9เป็นเลขมงคลคนไทยจึงนิยมนิมนต์พระสงฆ์9องค์มาทำพิธีสงฆ์นั้นเอง

 

3. มาลัยบ่าวสาวในพิธีมงคลสมรส

การจัดงานแต่งงานในพิธีแบบไทยสิ่งที่เราเห็นบ่าวสาวคล้องเสมอคือ มาลัยคล้องคอ หรือ มาลัยบ่าวสาว โดยมีความเชื่อว่า เพื่อเป็นสิริมงคลในชีวิตคู่ ให้ใช้มาลัยบ่าวสาวคู่เดียวกันทั้งพิธีเช้าและเย็น เพื่อที่บ่าวสาวจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างราบรื่น

 

4. ขบวนขันหมาก

พิธีแห่ขันหมาก เป็นพิธีที่ผู้ใหญ่ให้ความสำคัญมาก ซึ่งนอกจากพานขันหมากเอก ขันหมากโท และบริวารขันหมากที่จะมีการจัดเป็นคู่แล้ว ต้นกล้วยต้นอ้อยก็เป็นสิ่งที่จัดเป็นคู่เช่นกัน เพื่อให้เป็นความหมายให้บ่าวสาวเจริญงอกงาม ตามความเชื่อแล้วจะให้ผู้ใหญ่ที่เจ้าบ่าวให้ความเคารพ และเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิตครอบครัว เป็นคนนำขบวนขันหมาก เพราะมีความเชื่อว่าเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ เช่นเดียวกับคนนำขบวนขันหมาก

 

5. การรดน้ำสังข์

ในส่วนของพิธีรดน้ำสังข์ มีความเชื่อว่าหลังจากเจ้าบ่าวและเจ้าสาวทำขั้นตอนรดน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายไหนที่ลุกขึ้นยืนก่อน เชื่อว่าฝ่ายนั้นจะเป็นผู้ที่อยู่เหนือคู่ครองของตน ดังนั้นจึงมีวิธีแก้เคล็ดโดยการให้คู่บ่าวสาวช่วยกันประคองอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นพร้อมกัน เพื่อให้ความหมายว่าช่วยกันประคับประคองชีวิตคู่ไปด้วยกันนั่นเอง

 

6. มงคลแฝดสวมศีรษะ

มงคลแฝดสวมศีรษะ โดยความเชื่อของมงคลแฝดสวมศีรษะตอนทำพิธีรดน้ำสังข์ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่คู่เจ้าบ่าวเจ้าสาว ว่าเป็นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของทั้งสองให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่แคล้วคลาดจากกัน

 

7. พิธีสวมแหวน

มาถึงขั้นตอนสำคัญในพิธีแต่งงาน นั้นคือการสวมแหวนแต่งงาน การสวมแหวนมีความเชื่อที่ว่า ถ้าหากเจ้าบ่าวต้องให้เจ้าสาวช่วยสวมแหวน อาจเป็นเพราะทำแหวนหล่น หรือสวมแหวนไม่สุด เชื่อว่าเจ้าสาวจะมีอำนาจเหนือเจ้าบ่าว

 

8. พิธีปูที่นอน

พิธีปูที่นอนนั้นมักจะเชิญผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ และน่าเคารพนับถือมาทำการปูที่นอนให้คู่บ่าวสาว โดยมีความเชื่อว่าจะทำให้คู่บ่าวสาวจะครองเรือนกันอย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับผู้ที่ทำการปูที่นอนให้นั่นเอง

 

9. เลือกอาหารมงคลและหลีกเลี่ยงอาหารต้องห้าม

อาหารในพิธีแต่งงานแบบไทยมีความสำคัญอย่างยิ่ง นิยมเลือกอาหารที่มีชื่อเป็นมงคล เช่น หมูหวาน ไก่ต้มตุ๋น ส้มตำ(ตำ=ต่ำ หมายถึงความมั่นคง) และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีชื่อไม่เป็นมงคล เช่น แกงส้ม(เปรี้ยว) หรืออาหารรสเผ็ดจัด เชื่อว่าการเลือกอาหารที่มีความหมายดีจะช่วยส่งเสริมให้ชีวิตคู่มีแต่ความหวานชื่น ราบรื่น และมั่นคง

 

10. เดินขึ้นเวทีด้วยเท้าซ้ายเสมอ

การก้าวเท้าในพิธีแต่งงานแบบไทยมีความสำคัญ โดยเฉพาะการขึ้นเวทีในพิธีสำคัญ มีความเชื่อว่าการก้าวเท้าซ้ายก่อนจะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคล เพราะเท้าซ้ายเป็นเท้ามงคลในความเชื่อไทย นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการก้าวเท้าซ้ายจะช่วยให้การเริ่มต้นชีวิตคู่เป็นไปอย่างมั่นคงและราบรื่น

 

8 ลำดับพิธีแต่งงานแบบไทย มีอะไรบ้างที่ควรรู้

พิธีแต่งงานแบบไทยที่สมบูรณ์แบบนั้นมีลำดับขั้นตอนที่ถูกจัดเรียงไว้ตามหลักประเพณีอย่างชัดเจน โดยเฉพาะพิธีงานแต่งเช้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการแต่งงาน ที่บ่าวสาวควรทราบเพื่อความเข้าใจในการ เตรียมงานแต่ง และการประสานงานกับผู้จัด

 

1. พิธีสงฆ์

ในการจัดงานแต่งงานแบบไทยนั้นขั้นตอนแรกที่ขาดไม่ได้เลยคือพิธีกรรมทางศาสนาเพื่อเสริมสิริมงคล และ ขั้นแรกของพิธีงานแต่งนั่นก็คือ พิธีสงฆ์ หรือ การทำบุญตักบาตรที่มักจะถูกจัดในช่วงเช้าของวันแต่งงานจะต้องมีการนิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นชีวิตคู่ ปัจจุบันจะนิยมนิมนต์ 9 รูป ด้วยความเชื่อที่ว่าหมายเลขนี้ อ่านพ้องเสียงกับคำว่า “ก้าว” ที่หมายถึงความก้าวหน้านั่นเอง

  • เริ่มต้นด้วยการจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และอาราธนาศีล
  • จากนั้นพระสงฆ์จะเริ่มสวดเจริญพระพุทธมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับคู่บ่าวสาว
  • หลังจากพระสงฆ์สวดเสร็จ คู่บ่าวสาวจะร่วมกันถวายอาหารและเครื่องไทยธรรม
  • เมื่อพระสงฆ์ฉันภัตตาหารเสร็จ จะมีการกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล และรับพรจากพระสงฆ์
  • ในบางพิธีประธานสงฆ์จะเจิมหน้าผากให้คู่บ่าวสาวเพื่อความเป็นสิริมงคลสูงสุด

2. การตั้งขบวนขันหมาก และแห่ขันหมากงานแต่ง – ประตูเงินประตูทอง

ขั้นตอนต่อมาหลังจากพิธีสงฆ์เสร็จสิ้นแล้วคือการแห่ขันหมากขั้นตอนนี้ นับเป็นอีกหนึ่งขนบธรรมเนียมไทยที่มีมาอย่างยาวนาน ความสำคัญของการแห่ขันหมาก คือการที่เจ้าบ่าวแสดงความเคารพนับถือต่อพ่อแม่ของเจ้าสาว และ เป็นการให้เกียรติเจ้าสาว ด้วยการจัดพิธีได้อย่างถูกต้อง และ เข้าตามตรอกออกตามประตู ในขณะที่เจ้าสาวก็ยอมรับเจ้าบ่าวเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัว โดยในขบวนขันหมากจะประกอบไปด้วยญาติผู้ใหญ่ พ่อแม่ พี่น้อง คนรู้จักของฝ่ายเจ้าบ่าวที่จะถือพานขันหมากเอก ขันหมากโทกันเข้ามา จะมีขบวนกลองยาว ดนตรีก็ได้ ขณะที่ทางบ้านเจ้าสาวก็จะมีการเตรียมประตูเงิน ประตูทองเพื่อรับซองจากครอบครัวฝ่ายเจ้าบ่าวนั้นเอง

  • ในขบวนจะประกอบด้วยพานขันหมากต่างๆ ที่ประกอบด้วยพานขันหมากเอก พานสินสอด พานแหวนหมั้น และพานอื่นๆ ที่เป็นสิริมงคล
  • ขบวนจะนำโดยเฒ่าแก่ ตามด้วยเจ้าบ่าวที่ถือพานธูปเทียน และญาติพี่น้องที่ถือพานต่างๆ
  • เมื่อขบวนมาถึงบ้านเจ้าสาว จะต้องผ่านด่านประตูเงินประตูทอง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างความสนุกสนานและเรียกรอยยิ้มให้กับงาน

3. พิธีสู่ขอและพิธีปูเรียงสินสอด – สู่ขอเจ้าสาวและนับสินสอด

หลังจากการแห่ขันหมากเสร็จสิ้นก็เป็นขั้นตอนต่อไปของพิธีสู่ขอก็ได้เวลาให้เถ้าแก่ฝ่ายเจ้าบ่าวเจรจาสู่ขอเจ้าสาว พร้อมเปิดพานสินสอด พานขันหมากตามธรรมเนียมฝั่งพ่อแม่ฝ่ายเจ้าสาวจะทำการเปิดพานสินสอดเพื่อนับสินสอดเป็นพิธี เมื่อเสร็จสิ้นผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายจะทำการโรยถั่ว งา ข้าวเปลือก ข้าวตอก ดอกไม้ ใบเงิน ใบทองบนสินสอด พร้อมให้พร จากนั้นแม่ฝ่ายเจ้าสาวก็จะห่อสินสอดแบกขึ้นบ่า และมอบให้กับเพื่อนเจ้าสาวนำไปเก็บในที่ปลอดภัย

  • เฒ่าแก่ฝ่ายเจ้าบ่าวจะเริ่มกล่าวคำสู่ขอเจ้าสาวอย่างเป็นทางการ
  • เมื่อผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวตอบตกลง ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปคือการตรวจนับสินสอด
  • โดยตามธรรมเนียมแล้วจะมีการปูสินสอดบนผ้าแดงหรือผ้าเงินผ้าทอง
  • จากนั้นจะโปรยถั่ว งา ข้าวเปลือก ข้าวตอก และดอกไม้มงคลลงไป เพื่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ในชีวิตคู่

4. พิธีสวมแหวนหมั้น

ในพิธีหมั้นนั้นเป็นขั้นตอนต่อจากการนับสินสอดเสร็จสิ้นก็จะเข้าสู่พิธีสวมแหวนหมั้น โดยฝ่ายเจ้าบ่าวจะสวมแหวนให้กับเจ้าสาวที่นิ้วนางข้างซ้ายก่อน เมื่อสวมแหวนแล้วเจ้าสาวจะก้มกราบเจ้าบ่าวที่ตัก หรือระดับอกของเจ้าบ่าวหนึ่งครั้ง จากนั้นจะถึงฝ่ายเจ้าสาวสวมแหวนให้กับเจ้าสาว เมื่อสวมเสร็จเรียบร้อยให้ทั้งคู่บ่าวสาว ก้มกราบรำลึกพระคุณบิดามารดา พิธีนี้จะเกิดขึ้นต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติ ญาติ มิตร สหายที่เดินทางมาเป็นสักขีพยาน

  • เจ้าบ่าวจะสวมแหวนหมั้นให้เจ้าสาว และเจ้าสาวจะสวมแหวนให้เจ้าบ่าวเป็นการตอบแทน
  • หลังจากนั้นทั้งคู่จะกราบไหว้พ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย เพื่อเป็นการแสดงความเคารพและขอพรจากผู้ใหญ่
  • การสวมแหวนหมั้นนี้เป็นการแสดงถึงการตกลงปลงใจที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างเป็นทางการ

5. พิธีรับไหว้ หรือ พิธีไหว้ผู้ใหญ่

หลังจากเมื่อเสร็จสิ้นการสวมแหวนหมั้นกันเรียบร้อยต่อมาจะเป็นพิธีรับไหว้ซึ่งจะเป็นการกราบไหว้ขอบคุณญาติผู้ใหญ่ที่เป็นที่นับถือของทั้งสองฝ่ายเจ้าบ่าว และ เจ้าสาว ให้ท่านอวยพร ผูกสายสิญจน์ที่ข้อมือ และ อาจมีการให้ซองเงิน หรือ ของมีค่าแก่บ่าวสาวด้วย

  • คู่บ่าวสาวจะมอบพานธูปเทียนให้แก่ผู้ใหญ่ และผู้ใหญ่ก็จะให้พร
  • ผู้ใหญ่จะมอบซองเงินหรือของมีค่าเพื่อเป็นทุนในการเริ่มต้นชีวิตคู่
  • พิธีนี้แสดงถึงความกตัญญูและเคารพผู้ใหญ่ และยังเป็นการเชื่อมสัมพันธ์อันดีระหว่างสองครอบครัว

6. พิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพร

หลังจากพิธีรับไหว้เสร็จจะมีการเจิมหน้าผาก สวมมงคล และ ให้บ่าวสาวสวมพวงมาลัยคล้องคอก่อน จากนั้นจึงเริ่มพิธีรดน้ำสังข์ โดยจะเริ่มจากให้ประธานในพิธีรดน้ำอวยพรบ่าวสาวเป็นคนแรก แล้วตามมาด้วยพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ ญาติพี่น้อง และ คนรู้จัก หรือ เพื่อนๆของฝ่ายบ่าวสาว

  • คู่บ่าวสาวจะนั่งบนตั่งรดน้ำสังข์ ซึ่งตามธรรมเนียมแล้วเจ้าสาวจะอยู่ด้านซ้ายของเจ้าบ่าว
  • ประธานในพิธีจะเจิมหน้าผากและสวมมงคลแฝดให้ทั้งสองคน
  • จากนั้นจะเริ่มการรดน้ำสังข์จากผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือเรียงตามลำดับความอาวุโส เพื่อให้พรแก่คู่บ่าวสาวให้ชีวิตคู่มีความสุขและความเจริญรุ่งเรือง

7. พิธีเรียงหมอน ส่งคู่บ่าวสาวเข้าเรือนหอ

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีต่างๆแล้วก็มาถึงเวลาที่จะต้องส่งตัวบ่าวสาวเข้าเรือนหอ หรือ เรียกอีกอย่างว่าพิธีเรียงหมอนนั่นเอง ซึ่งจะเป็นการอวยพรให้ชีวิตคู่ของบ่าวสาวมีความมั่นคง ความรักยั่งยืนยาวนาน โดยที่นอน และ เครื่องนอนที่ใช้จะเป็นของใหม่ และ สะอาด ก่อนมีการโรยข้าวตอก ดอกไม้มงคลลงบนที่นอน พร้อมรับคำอวยพรจากญาติผู้ใหญ่แล้วให้บ่าวสาวแกล้งทำเป็นนอนหลับไป และ ใช้เวลาร่วมกันตามลำพัง ก็เป็นอันเสร็จพิธี

  • ผู้ใหญ่ที่มีชีวิตคู่ที่อบอุ่นและมีความสุขจะทำหน้าที่ปูที่นอนและอวยพรให้แก่คู่บ่าวสาว
  • จะมีการโรยข้าวตอกดอกไม้และสิ่งของมงคลต่างๆ ลงบนเตียง เพื่อเป็นสิริมงคล
  • การทำพิธีนี้มีจุดประสงค์เพื่ออวยพรให้ชีวิตคู่ของทั้งสองอุดมสมบูรณ์และมีความสุข

8. ฉลองมงคลสมรส

หลังจากที่พิธีงานแต่งทั้งหมดได้ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว อีกหนึ่งพิธีที่ขาดไม่ได้ก็คืองานฉลองมงคลสมรส โดยจะเป็นการรวมแขกจากทั้งสองฝ่าย ภายในงานฉลองจะมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งงานแบบโต๊ะจีน ค็อกเทล หรือบุฟเฟ่ต์ ระหว่างนั้นก็จะมี VDO Presentation  ฟังสัมภาษณ์ เพื่อทำความรู้จักคู่บ่าวสาวให้มากขึ้น รวมทั้งยังมีช่วงสำคัญคือการจุดเทียน ตัดเค้ก และโยนดอกไม้

ความเชื่อเรื่องการแต่งงานแบบไทยรู้ไว้เพื่อเสริมสิริมงคล

การจัดพิธีแต่งงานแบบไทยแฝงไปด้วยความเชื่อมงคลและกุศโลบายอันดีงามในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การหาฤกษ์ยามนิมนต์พระสงฆ์เลข 9 เพื่อความเจริญก้าวหน้า ไปจนถึงพิธีรดน้ำสังข์ที่ต้องลุกขึ้นพร้อมกันเพื่อสื่อถึงการครองคู่ที่เท่าเทียม การทำความเข้าใจธรรมเนียมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสิริมงคลให้ชีวิตคู่ราบรื่น แต่ยังเป็นการให้เกียรติบรรพบุรุษและสร้างความประทับใจที่งดงามในวันสำคัญ

10 ความเชื่อพิธีแต่งงานแบบไทยมีอะไรบ้าง

พิธีแต่งงานแบบไทยเต็มไปด้วยกุศโลบายและธรรมเนียมที่แฝงความหมายมงคลในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การหาฤกษ์ยามไปจนถึงการส่งตัวเข้าหอ มาทำความรู้จักกับ 10 ความเชื่อสำคัญที่จะช่วยให้วันพิเศษสมบูรณ์แบบและราบรื่นตามแบบฉบับไทยแท้

1. ฤกษ์แต่งงาน

จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือการหาฤกษ์งานแต่งที่มงคล ทั้งวันและเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้การเริ่มต้นชีวิตคู่เป็นไปอย่างถูกที่ ถูกเวลา และเป็นสิริมงคลสูงสุดสำหรับบ่าวสาว

2. ความเชื่อเรื่องจำนวนพระสงฆ์

ในอดีตอาจนิยมนิมนต์พระสงฆ์เป็นเลขคู่ (4 หรือ 8 รูป) แต่ปัจจุบันนิยม นิมนต์พระ 9 รูป เพราะเลข 9 สื่อถึงความเจริญก้าวหน้า ทำให้ชีวิตคู่มีแต่ความเจริญรุ่งเรืองยิ่ง ๆ ขึ้นไป

3. มาลัยบ่าวสาวในพิธีมงคลสมรส

มีความเชื่อว่าควรใช้มาลัยคล้องคอ คู่เดิม ทั้งพิธีเช้าและงานเลี้ยงเย็น เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าบ่าวสาวจะครองคู่กันอย่างราบรื่น ไม่พรากจากกันตลอดสายสัมพันธ์

4. ขบวนขันหมาก

คนนำขบวนขันหมากควรเป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือและมีชีวิตครอบครัวที่ประสบความสำเร็จ เพื่อส่งต่อพลังงานบวกและเคล็ดลับความสุขให้บ่าวสาวเจริญงอกงามตามรอยรุ่นใหญ่

5. การรดน้ำสังข์

มีกุศโลบายว่าฝ่ายที่ลุกขึ้นก่อนจะมีอำนาจเหนือคู่ครอง เพื่อแก้เคล็ดบ่าวสาวจึงควร ประคองกันลุกขึ้นพร้อมกัน สื่อถึงการช่วยกันดูแลและประคับประคองชีวิตคู่ไปด้วยกันอย่างเท่าเทียม

6. มงคลแฝดสวมศีรษะ

สายสิญจน์มงคลแฝดที่สวมศีรษะระหว่างรดน้ำสังข์ เป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงโชคชะตาและจิตวิญญาณของทั้งคู่ให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้รักกันเหนียวแน่นและไม่แคล้วคลาดจากกัน

7. พิธีสวมแหวน

ช่วงเวลาสำคัญนี้ต้องตั้งสติให้ดี ความเชื่อโบราณกล่าวว่าหากฝ่ายชายทำแหวนหล่นหรือสวมให้ไม่สุดจนฝ่ายหญิงต้องช่วยสวม เชื่อว่าฝ่ายหญิงจะมีอำนาจเหนือสามีในอนาคต

8. พิธีปูที่นอน

การเชิญคู่สามีภรรยาที่ครองรักกันมายาวนานและมีชื่อเสียงดีมาปูที่นอนให้ เป็นการรับ ไม้ต่อความสุขและความสมบูรณ์ในชีวิตคู่ เพื่อให้บ่าวสาวครองเรือนกันจนถือไม้เท่ายอดทองกระบองยอดเพชร

9. เลือกอาหารมงคลและหลีกเลี่ยงอาหารต้องห้าม

เลือกอาหารชื่อดี เช่น ขนมจีน (รักยาวนาน) ลาบ (ลาภลอย) และ หลีกเลี่ยงอาหารชื่อไม่มงคล เช่น แกงฟัก หรืออาหารรสเปรี้ยวจัด/เผ็ดจัด เพื่อให้ชีวิตคู่มีแต่ความหวานชื่นและราบรื่น

10. เดินขึ้นเวทีด้วยเท้าซ้ายเสมอ

ตามความเชื่อไทย เท้าซ้าย ถือเป็นเท้ามงคลในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ การก้าวเท้าซ้ายขึ้นเวทีในพิธีสำคัญจึงสื่อถึงการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวที่มั่นคง ก้าวหน้า และสง่างาม

 

สรุปบทความ

พิธีแต่งงานแบบไทย ไม่ได้เป็นเพียงการทำตามขั้นตอน แต่เต็มไปด้วยความเชื่อและสัญลักษณ์มงคลที่ส่งเสริมให้ชีวิตคู่มีความสุขและมั่นคง การเข้าใจลำดับขั้นตอนของพิธีงานแต่งเช้าจะช่วยให้คุณเตรียมงานแต่งได้อย่างราบรื่น หากคุณกำลังวางแผนงานและมองหาแพ็คเกจสถานที่จัดงานแต่งที่ครบวงจร Magic Love House พร้อมช่วยเนรมิตพิธีงานแต่งในฝันของคุณให้เป็นจริงอย่างสมบูรณ์แบบในราคาที่คุ้มค่า เริ่มต้นเพียง 135,000 บาท โดยไม่สร้างภาระในการเริ่มต้นชีวิตคู่

 

คำถามที่พบบ่อย

พิธีงานแต่งแบบไทยมีพิธีสงฆ์เพื่อจุดประสงค์ใด?

เพื่อความเป็นสิริมงคลสูงสุดในการเริ่มต้นชีวิตคู่ โดยมีการนิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์และให้พรแก่คู่บ่าวสาวในช่วงเช้า

 

การรดน้ำสังข์ในพิธีงานแต่งมีความเชื่อว่าอย่างไร?

เชื่อว่าเป็นการประสาทพรจากผู้ใหญ่และแขก โดยน้ำมนต์ที่หลั่งไหลลงมาจะช่วยให้ชีวิตคู่ของบ่าวสาวรวมเป็นหนึ่งเดียวและราบรื่น

 

พิธีงานแต่งเช้า กับงานฉลองมงคลสมรส สามารถจัดคนละวันได้หรือไม่?

สามารถทำได้ ฤกษ์มงคลส่วนใหญ่เน้นที่พิธีงานแต่งเช้า ส่วนงานฉลองมงคลสมรสสามารถจัดในวันอื่นที่สะดวกเพื่อความยืดหยุ่น

แชทเลย แชท
Magic Love House Chat
ส่งข้อความ
ได้รับข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
เราได้รับข้อมูลและจะทำการติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด สอบถามเพิ่มเติมโทร 028 599 0287
เกิดข้อผิดพลาด
กรุณาทำรายการใหม่อีกครั้ง
กลับสู่หน้าแชท